iamvacation dot com

ทัวร์ตุรกีดีดี อัศจรรย์ทัวร์ 2 ทวีป ทัวร์ตุรกีผู้นำเที่ยวตัวจริง

ทัวร์ตุรกี ทิวลิป 10 วัน 8 คืน (KC)

 

             40876779 xl
ราคาทัวร์ตุรกีเริ่มต้น : 38,999.-
ทัวร์ตุรกี : 10 วัน 8 คืน
สายการบิน : Air Astana
วันที่ : 14 -23 เมษายน 2562

 

 

 

¶¶ ร่วมเดินทางสัมผัสความยิ่งใหญ่แห่งดินแดน 2 ทวีป ¶¶

เต็มอิ่มกับประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่และยาวนานของอาณาจักรออตโตมัน ชื่นชมความงามของธรรมชาติในรูปแบบ Bird eye view ณ เมืองคัปปาโดเกีย

ìแถมฟรี !! Bracelet  Evil Eye  เครื่องรางนำโชคของประเทศตุรกี ท่านละ 1 อัน

ìแถมฟรี !! Pomegrante Tea ชาท้องถิ่นคุณภาพที่ทำมาจากทับทิม หอมชื่นใจ ท่านละ 1 กล่อง

ìแถมฟรี !! ไอศกรีมท้องถิ่นของตุรกี ท่านละ 1 อัน

ìแถมฟรี !! Turkish Coffee  กาแฟของประเทศตุรกี ท่านละ 1 แก้ว

 (สงวนสิทธิ์สำหรับกรุ๊ปที่ออกเดินทาง 20 ท่านขึ้นไปเท่านั้น)

ìสุดชิค !!! พักโรงแรมสไตล์ถ้ำ 2 คืน ที่เมืองคัปปาโดเกีย

ìพักโรงแรมระดับ 4 + 5 ดาว ตลอดการเดินทาง

ìFree Wifi On Bus ตลอดการเดินทาง !!!!     

วันที่แรก       สนามบินสุวรรณภูมิ – อัลมาตี้ – อิสตันบูล

07.00 น.            คณะผู้เดินทางพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ  ชั้น 4 เคาน์เตอร์ Uซึ่งมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทคยอำนวยความสะดวกเรื่องสัมภาระและเอกสารการเดินทางแก่ท่าน

10.15 น.            เหิรฟ้าสู่ เมืองอัลมาตี้ ประเทศคาซัคสถาน โดย สายการบิน AIR ASTANA เที่ยวบินที่ KC-932

                        (มีบริการอาหารและเครื่องบนเครื่อง)         (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6.30 ชั่วโมง)

16.25 น.            เดินทางถึง สนามบิน ณ เมืองอัลมาตี้ แวะเปลี่ยนเครื่องเพื่อเดินทางต่อไปยัง กรุงอิสตันบูล

                        (ใช้เวลารอต่อเครื่องประมาณ 1.20 ชั่วโมง)

17.55 น.            เหิรฟ้าสู่ กรุงอิสตันบูล โดยสายการบิน AIR ASTANA เที่ยวบินที่ KC911 

(ใช้เวลาเดินทาง  ประมาณ 4.30 ชั่วโมง)                          

20.55 น.            เดินทางถึง สนามบินนานาชาติอตาเติร์ก กรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกีหลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง

                        นำท่านเข้าสู่ที่พักISTANBUL PARK INN BY RADISON HOTEL ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า

วันที่สอง       อิสตันบูล – สุเหร่าสีน้ำเงิน – ฮิปโปโดรม - พระราชวังทอปกาปึ – สุเหร่าเซนต์โซเฟีย

                    เมืองชานัคคาเล่

เช้า                   บริการอาหารเช้า ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

จากนั้นนำทุกท่านชม สุเหร่าสีน้ำเงิน (BLUE MOSQUE) หรือ SULTAN  AHMET MOSQUEถือเป็นสุเหร่าที่มีสถาปัตยกรรมเป็นสุดยอดของ 2 จักรวรรดิ คือ ออตโตมันและไบเซนไทน์ เพราะได้รวบรวมเอาองค์ประกอบจากวิหารเซนต์โซเฟียผนวกกับสถาปัตยกรรมแบบอิสลามดั้งเดิม ถือว่าเป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในตุรกี สามารถจุคนได้เรือนแสน ใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 7 ปี ระหว่าง ค.ศ.1609 - 1616 โดยตั้งชื่อตามสุลต่านผู้สร้างซึ่งก็คือ Sultan Ahmed นั้นเอง

 

จากนั้นนำทุกท่านสู่ จัตุรัสสุลต่านอะห์เมต หรือ ฮิปโปโดรม (HIPPODROME) สนามแข่งม้าของชาวโรมัน จุดศูนย์กลางแห่งการท่องเที่ยวเมืองเก่า สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิ เซปติมิอุสเซเวรุสเพื่อใช้เป็นที่แสดงกิจกรรมต่างๆของชาวเมือง ต่อมาในสมัยของจักรพรรดิคอนสแตนตินฮิปโปโดรมได้รับการขยายให้กว้างขึ้นตรงกลางเป็นที่ตั้งแสดงประติมากรรมต่าง ๆซึ่งส่วนใหญ่เป็นศิลปะในยุคกรีกโบราณในสมัยออตโตมันสถานที่แห่งนี้ใช้เป็นที่จัดงานพิธีแต่ในปัจจุบันเหลือเพียงพื้นที่ลานด้านหน้ามัสยิดสุลต่านอะห์เมตซึ่งเป็นที่ตั้งของเสาโอเบลิกส์3 ต้น คือเสาที่สร้างในอียิปต์เพื่อถวายแก่ฟาโรห์ทุตโมซิสที่ 3 ถูกนำกลับมาไว้ที่อิสตันบูลเสาต้นที่สอง คือ เสางู และเสาต้นที่สาม คือเสาคอนสแตนตินที่ 7

 

จากนั้นนำทุกท่านชม สุเหร่าเซนต์โซเฟีย (SAINT SOPHIA) หรือ โบสถ์ฮาเจีย โซเฟีย 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง ปัจจุบันเป็นที่ประชุมสวดมนต์ของชาวมุสลิม ในอดีตเป็นโบสถ์ทางศาสนาคริสต์พระเจ้าจักรพรรดิคอนสแตนติน เป็นผู้สร้างเมื่อประมาณคริสต์ศตวรรษที่13 ใช้เวลาสร้าง 17 ปี เพื่อเป็นโบสถ์ของศาสนาคริสต์แต่ถูกผู้ก่อการร้ายบุกทำลายเผาเสียวอดวายหลายครั้งเพราะเกิดการขัดแย้งระหว่างพวกที่นับถือศาสนาคริสต์กับศาสนาอิสลามจวบจนถึงรัชสมัยของ  พระเจ้าจัสตินเนียนมีอำนาจเหนือตุรกีจึงได้สร้าง โบสถ์เซนต์โซเฟีย ขึ้นใหม่ ใช้เวลาสร้างฐานโบสถ์ 20 ปี ตัวโบสถ์ 5 ปี เมื่อประมาณปี พ.ศ. 1996 (ค.ศ. 1435) พระองค์ต้องการให้เป็นสิ่งสวยงามที่สุดได้พยายามหา สิ่งของมีค่าต่างๆมาประดับไว้มากมาย สร้างเสร็จได้มีการเฉลิมฉลองกันอย่าง มโหฬารต่อมาเกิดแผ่นดินไหวอย่างใหญ่ทำให้แตกร้าวต้องให้ช่างซ่อมจนเรียบร้อยในสภาพเดิมเมื่อสิ้นสมัยของจักรพรรดิจัสตินเนียน ถึงสมัย พระเจ้าโมฮัมเหม็ดที่ 2 มีอำนาจเหนือตุรกี และเป็นผู้นับถือศาสนาอิสลามจึงได้ดัดแปลงโบสถ์หลังนี้ให้เป็นสุเหร่าของชาวอิสลาม

 

กลางวัน             บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำทุกท่านชม พระราชวังทอปกาปึ (TOPKAPI PALACE)ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าซึ่งถือเป็นเขตประวัติศาสตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1985 พระราชวังทอปกาปึ สร้างขึ้นโดยสุลต่านเมห์เมตที่ 2 ในปี ค.ศ.1459 บนพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 4 ลานกว้าง และมีอาคารขนาดเล็กอีกจำนวนมาก ณ จุดที่สร้างพระราชวังแห่งนี้สามารถมองเห็นช่องแคบบอสฟอรัสโกลเดนฮอร์นและทะเลมาร์มาร่าได้อย่างชัดเจน ในช่วงที่เจริญสูงสุดของอาณาจักรออตโตมัน พระราชวังแห่งนี้มีราชวงศ์และข้าราชบริพารอาศัยอยู่รวมกันมากถึงสี่พันกว่าคนนำท่านเข้าชมส่วนของท้องพระโรงที่เป็นที่จัดแสดงทรัพย์สมบัติข้าวของเครื่องใช้ส่วนพระองค์เครื่องเงินต่างๆ มากมาย

 

จากนั้นนำท่านสู่ เมืองชานัคคาเล่ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4.30 ชั่วโมง

ค่ำ                    บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเข้าสู่ที่พัก CANAKKALE IRIS HOTEL ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า 

วันที่สาม     ม้าไม้จำลองเมืองทรอย – เมืองคูซาดาซึ – วิหารเทพีอาร์เทมิสโบราณ - ร้านขนม TURKISH DELIGHT

 

เช้า                   บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังจากนั้นนำท่าน แวะถ่ายรูปเพื่อชม ม้าไม้จำลองเมืองทรอย ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์อันชาญฉลาดด้านกลศึกของนักรบโบราณซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้กรุงทรอยแตก สงครามม้าไม้เป็นสงครามที่สำคัญตำนานของกรีกและเป็นสงครามระหว่างกองทัพของชาวกรีกและกรุงทรอยหลังจากสู้รบกันเป็นเวลาสิบปี กองทัพกรีกก็ได้คิดแผนการที่จะตีกรุงทรอย โดยการสร้างม้าไม้จำลองขนาดยักษ์ที่เรียกว่าม้าไม้เมืองทรอย โดยทหารกรีกได้เข้าไปซ่อนตัวอยู่ในม้าโทรจันแล้วก็ทำการเข็นไปไว้หน้ากรุงทรอยเหมือนเป็นของขวัญและสัญลักษณ์ว่าชาวกรีกยอมแพ้สงครามและได้ถอยทัพออกห่างจากเมืองทรอย ชาวทรอยเมื่อเห็นม้าโทรจันก็ต่างยินดีว่ากองทัพกรีกได้ถอยทัพไปแล้วก็ทำการเข็นม้าโทรจันเข้ามาในเมืองแล้วทำการเฉลิมฉลองเป็นการใหญ่เมื่อชาวทรอยนอนหลับกันหมด ทหารกรีกที่ซ่อนตัวอยู่ก็ออกมาจากม้าโทรจันแล้วทำการเปิดประตูเมืองให้กองทัพกรีกเข้ามาในเมืองแล้วก็สามารถยึดเมืองทรอยได้ ก่อนที่จะทำการเผาเมืองทรอยทิ้ง

 

นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองคูซาดาซี (KUSADASI) (ระยะทาง 199 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.20 ชั่วโมง) เป็นเมืองท่าที่สำคัญทางการค้าอีกเมืองหนึ่งของตุรกีที่เป็นสถานที่ตั้งของโบราณสถานที่สำคัญสิ่งมหัศจรรย์ยุคโบราณ

กลางวัน             บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร             

จากนั้นนำท่านชม วิหารเทพีอาร์เทมิสโบราณ (THE TEMPLE OF ARTEMIS) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ยุคโบราณ ที่ปัจจุบันเหลือเพียงซากปรักหักพัง แต่ก็ยังสามารถมองเห็นถึงความยิ่งใหญ่ในอดีตได้

และแวะถ่ายรูป โบสถ์นักบุญเซนต์ จอห์น (ST. JOHNCASTLE) สาวกของพระเยซูคริสต์ที่ออกเดินทางเผยแพร่ศาสนาไปทั่วดินแดนอนาโตเลียหรือประเทศตุรกีในปัจจุบัน

จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูป มัสยิดอิสเบ ISA BEY MOSQUE  เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ดีและสำคัญที่สุดซึ่งสะท้อนถึงจุดสิ้นสุดของยุคจักรวรรดิ Seljuk ในช่วงปลายคริสต์ ค.ศ. 1400 นอกจากนี้มัสยิดแห่งนี้ยังเป็นที่ประทับของมัสยิดเมยยาดในดามัสกัส มัสยิด ISA BEY MOSQUE ก่อตั้งขึ้นบนเนินเขาตะวันตกของเขา Ayasuluk ที่มองเห็นพื้นที่และมี harem ขนาดใหญ่ที่มีสอง naves และประกอบด้วยลานขนาดใหญ่

จากนั้นนำท่านซื้อขอฝากตามอัธยาศัย ร้านขนม (TURKIST DELIGHT) ของฝากขึ้นชื่อของประเทศตุรกี

 

ค่ำ                    บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเข้าสู่ที่พัก KUSADASI VENTI HOTEL ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า 

วันที่สี่       เมืองโบราณเอฟฟิซุส – บ้านพระแม่มารี ปามุคคาเล่ – ปราสาทปุยฝ้าย – เมืองเฮียราโพลิส    

 

เช้า                   บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางชม โรงงานเครื่องหนัง ซึ่งเป็นโรงงานผลิตเครื่องหนังขั้นหลากหลาย ให้ทุกท่านได้ทดลองการเป็นนายแบบและนางแบบเสื้อหนังต่างๆ ตามอัธยาศัย

 

จากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่ เมืองโบราณเอฟฟิซุส (EPHESUS) เมืองโบราณที่มีการบำรุงรักษาไว้เป็นอย่างดีเมืองหนึ่ง เคยเป็นที่อยู่ของชาวโยนก (Ionia) จากกรีก ซึ่งอพยพเข้ามาปักหลักสร้างเมือง ซึ่งรุ่งเรืองขึ้นในศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสต์กาล ต่อมาถูกรุกรานเข้ายึดครองโดยพวกเปอร์เซียและกษัตริย์อเล็กซานเดอร์มหาราช ภายหลังเมื่อโรมันเข้าครอบครองก็ได้สถาปนาเอฟฟิซุส ขึ้นเป็นเมืองหลวงต่างจังหวัดของโรมัน นำท่านเดินบนถนนหินอ่อนผ่านใจกลางเมืองเก่าที่สองข้างทางเต็มไปด้วยซากสิ่งก่อสร้างเมื่อสมัย 2,000 ปีที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโรงละครกลางแจ้งที่สามารถจุผู้ชมได้กว่า 30,000 คน ซึ่งยังคงใช้งานได้จนถึงปัจจุบันนี้ นำท่านชม ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ (ROMAN BATH) ที่ยังคงเหลือร่องรอยของห้องอบไอน้ำ ให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้, ห้องสมุดโบราณ ที่มีวิธีการเก็บรักษาหนังสือไว้ได้เป็นอย่างดีทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นศิลปะแบบ เฮเลนนิสติคที่มีความอ่อนหวานและฝีมือประณีต

 

นำท่านชม บ้านพระแม่มารี (HOUSE OF VIRGIN MARY) ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่สุดท้ายที่พระแม่มารีมาอาศัยอยู่และสิ้นพระชนม์ในบ้างหลังนี้ ถูกค้นพบอย่าปาฏิหาริย์ โดยแม่ชีตาบอดชาวเยอรมัน ชื่อ แอนนา แคเทอรีน เอมเมอริช Anna Catherine Emmerich เมื่อปี ค.ศ. 1774 - 1824 ได้เขียนบรรยายสถานที่ไว้ในหนังสืออย่างละเอียดราวกับเห็นด้วยตาตนเอง เมื่อเธอเสียชีวิตลง มีคนพยายามสืบเสาะค้นห้าบ้านหลังนี้ จนพบในปี ค.ศ. 1891 ปัจจุบันบ้านพระแม่มารีได้รับการบูรณะเป็นบ้านอิฐชั้นเดียว ภายในมีรูปปั้นของพระแม่มารี ซึ่งพระสันตปาปา โป๊ป เบเนดิกส์ที่ 6 ได้เคยเสด็จเยือนที่นี่ บริเวณด้านนอกของบ้าน มีก๊อกน้ำสามก๊อก ที่ มีความเชื่อว่าเป็นก๊อกน้ำที่มีความศักดิ์สิทธิ์ แทนความเชื่อในเรื่อง สุขภาพ ความร่ำรวย และความรัก ถัดจากก๊อกน้ำเป็น กำแพงอธิษฐาน ซึ่งมีความเชื่อว่าหากต้องการให้สิ่งที่ปรารถนาเป็นความจริงให้เขียนลงในผ้าฝ้ายแล้วนำไปผูกไว้แล้วอธิษฐาน

 

กลางวัน             บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

หลังจากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล่ (PAMUKKALE) ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง (189 กิโลเมตร) เมืองที่มีน้ำพุเกลือแร่ร้อนไหลทะลุขึ้นมาจากใต้ดินผ่านซากปรักหักพังของเมืองเก่าแก่สมัยกรีกก่อนที่ไหลลงสู่หน้าผา

จากนั้นนำท่านเข้า ชมโรงงานท่อพรม สิ่งท่อขึ้นชื่อของประเทศตุรกี เป็นพรมท่อมือ สามารถเลือกชมเลือก ซื้อได้ตามอัธยาศัย

 

นำท่านชม ปราสาทปุยฝ้าย ผลจากการไหลของน้ำพุเกลือแร่ร้อนนี้ได้ก่อให้เกิดทัศนียภาพของน้ำตกสีขาวเป็นชั้นๆหลายชั้นและผลจากการแข็งตัวของแคลเซียมทำให้เกิดเป็นแก่งหินสีขาวราวหิมะขวางทางน้ำเป็นทางยาว ซึ่งมีความงดงามมากท่านจะได้สัมผัส เมืองเฮียราโพลิส HIERAPOLISเป็นเมืองโรมันโบราณที่สร้างล้อมรอบบริเวณที่เป็นน้ำพุเกลือแร่ร้อนซึ่งเชื่อกันว่ามีสรรพคุณในการรักษาโรคเมื่อเวลาผ่านไปภัยธรรมชาติได้ทำให้เมืองนี้เกิดการพังทลายลงเหลือเพียงซากปรักหักพังกระจายอยู่ทั่วไปบางส่วนยังพอมองออกว่าเดิมเคยเป็นอะไรเช่นโรงละครแอมฟิเธียร์เตอร์ขนาดใหญ่วิหารอพอลโล สุสานโรมันโบราณเป็นต้น

 

จากนั้นนำท่านเข้า ชมโรงงานคอตตอน สามารถเลือกซื้อของฝากเช่น ผ้าพันคอ ผ้าปูที่นอน เสื้อผ้า

เป็นต้น เป็นสินค้าที่ผลิตด้วยคอตตอน 100%

ค่ำ                    บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเข้าสู่ที่พัก PAMUKKALE COLASSEA THERMAL HOTEL ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า

 

วันที่ห้า      เมืองคอนย่า – พิพิธภัณฑ์เมฟลาน่า – คัปปาโดเกีย - ระบำหน้าท้อง 

เช้า                   บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองคอนย่า (KONYA) ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเซลจุก ระยะทาง 387 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง

กลางวัน             บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำทุกท่านสู่ พิพิธภัณฑ์เมฟลาน่า (MEVLANA MUSEUM) เดิมเป็นสถานที่นักบวชในศาสนาอิสลามทำสมาธิ โดยการเดินหมุนเป็นวงกลมขณะฟังเสียงขลุ่ย ส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์เป็นสุสานของเมฟลาน่า เจลาลุคดิน รูมี่ อาจารย์ทางปรัชญาประจำราชสำนักแห่งสุลต่านอาเลดิน เคย์โคบาท ภายนอกเป็นหอทรงกระบอกปลายแหลมสีเขียวสดใส ภายในประดับฝาผนังแบบมุสลิม และยังเป็นสุสานสำหรับผู้ติดตาม สานุศิษย์ บิดา และบุตร ของเมฟลาน่าด้วย

 

จากนั้นเดินทางสู่ เมืองคัปปาโดเกีย (CAPPADOCIA) ระยะทาง 215 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที ระหว่างทางแวะถ่ายรูป CARAVANSARAI ที่พักของกองคาราวานในสมัยโบราณ เป็นสถานที่พักแรมของกองคาราวานตามเส้นทางสายไหมและชาวเติร์กสมัยออตโตมัน

ค่ำ                    บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านชมการแสดงพื้นเมือง “ระบำหน้าท้อง” หรือ Belly Danceเป็นการเต้นรำที่เก่าแก่อย่างหนึ่งเกิดขึ้นมาเมื่อประมาณ 6000 ปี ในดินแดนแถบอียิปต์ และเมดิเตอร์เรเนียนนักประวัติศาสตร์เชื่อกันว่าชนเผ่ายิปซีเร่ร่อนคือคนกลุ่มสำคัญที่ได้อนุรักษ์ระบำหน้าท้องให้มีมาจนถึงปัจจุบัน และการเดินทางของชาวยิปซีทำให้ระบำหน้าท้องแพร่หลายมีการพัฒนาจนกลายเป็นศิลปะที่โดดเด่น สวยงามจนกลายมาเป็นระบำหน้าท้องตุรกีในปัจจุบัน (บริการเครื่องดื่มฟรีตลอดการแสดง)

 

นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรมสไตล์ถ้ำ!! CAPPADOCIA BURCU KAYA HOTEL ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า

**หมายเหตุ : กรณีห้องพักโรงแรมถ้ำเต็ม ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนเป็นโรงแรมเทียบเท่าระดับเดียวกัน**

วันที่หก       คัปปาโดเกีย – นครใต้ดิน – เมืองเกอเรเม – พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง – หุบเขาอุซิซาร์ - เมืองอังการ่า 

 

สำหรับท่านใดที่สนใจขึ้นบอลลูนชมความงามของเมืองคัปปาโดเจีย จะต้องออกจากโรงแรม 05.30 น.

เพื่อชมความงดงามของเมืองคัปปาโดเจียในอีกมุมหนึ่งที่หาชมได้ยาก ใช้เวลาอยู่บอลลูนประมาณ 1 ชั่วโมง

(ค่าขึ้นบอลลูนไม่ได้รวมอยู่ในค่าทัวร์ประมาณ 220 - 250USD)

 

เช้า                   บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำทุกท่านสู่ นครใต้ดิน (UNDERGROUND CITY) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกเป็นมรดกโลก เมืองใต้ดินของตุรกีมีอยู่หลายแห่ง แต่ละแห่งมีอุโมงค์เชื่อมต่อถึงกันเป็นสถานที่ที่ผู้นับถือศาสนาคริสต์ใช้หลบภัยชาวโรมันที่ต้องการทำลายร้างพวกนับถือศาสนาคริสต์ เมืองใต้ดินที่มีขนาดใหญ่ แต่ละชั้นมีความกว้างและสูงขนาดเท่าเรายืนได้ ทำเป็นห้อง ๆ มีทั้งห้องครัวห้องหมักไวน์ มีโบสถ์ ห้องโถงสำหรับใช้ประชุม มีบ่อน้ำและระบบระบายอากาศที่ดี แต่อากาศค่อนข้างบางเบาเพราะอยู่ลึกและทางเดินบางช่วงค่อนข้างแคบจนเดินสวนกันไม่ได้

 

กลางวัน             บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำทุกท่านเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง เมืองเกอเรเม (GOREME MUSEUM) ซึ่งยูเนสโกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งซึ่งเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ. 9 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานของชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์ 

 

จากนั้นนำท่านชม หุบเขาอุซิซาร์ (UCHISAR VALLEY) หุบเขาคล้ายจอมปลวกขนาดใหญ่ ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งหุบเขาดังกล่าวมีรูพรุน มีรอยเจาะ รอยขุด อันเกิดจากฝีมือมนุษย์ไปเกือบทั่วทั้งภูเขา เพื่อเอาไว้เป็นที่อาศัย และถ้ามองดี ๆ จะรู้ว่าอุซิซาร์ คือ บริเวณที่สูงที่สุดของบริเวณโดยรอบ ดังนั้นในอดีตอุซิซาร์ ก็มีไว้ทำหน้าที่เป็นป้อมปราการที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเอาไว้สอดส่องข้าศึกยามมีภัยอีกด้วย

 

จากนั้นนำท่านแวะ ชมโรงงานจิวเอวร์รี่และโรงงานเซรามิค อิสระกับการเลือกซื้อสินค้าและของที่ระลึก

 

ค่ำ                    บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรมสไตล์ถ้ำ!! CAPPADOCIA BURCU KAYA HOTEL ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า

**หมายเหตุ : กรณีห้องพักโรงแรมถ้ำเต็ม ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนเป็นโรงแรมเทียบเท่าระดับเดียวกัน**

วันที่เจ็ด      เมืองอังการ่า – ทะเลสาบเกลือ - พิพิธภัณฑ์สุสานอตาเติร์ก - เมืองโบลู 

 

เช้า                   บริการอาหารเช้า            ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นเดินทางสู่ เมืองอังการ่า (ANKARA) เมืองหลวงของประเทศตุรกี ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง ระหว่างทางนำท่านได้ชมวิวของ ทะเลสาบเกลือ (SALT LAKE)จากนั้นนำทุกท่านเดินทางต่อสู่ เมืองอังการ่า (ANKARA) หรือที่มีชื่อตามประวัติศาสตร์ว่า ANGORA เป็นเมืองหลวงของตุรกีในปัจจุบัน และเป็นเมืองใหญ่อันดับ ๒  รองจากนครอิสตันบูล กรุงอังการาตั้งอยู่ในเขต Central Anatolia  ใจกลางประเทศตุรกีบนที่ราบสูง

อนาโตเลีย โดยอยู่ห่างจากนครอิสตันบูลทางทิศตะวันออกเฉียงใต้เป็นระยะทางประมาณ 450 กิโลเมตร กรุงอังการาเป็นที่ตั้งของรัฐบาลกลาง ส่วนราชการต่าง ๆ และสถานเอกอัครราชทูตประเทศต่างๆ ในตุรกี ความสำคัญของกรุงอังการา กรุงอังการามีประชากรจำนวน 4,965,542  คน ทำให้กรุงอังการาเป็นเมืองที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของตุรกี และอันดับ 2 ในกลุ่มเมืองหลวงยุโรป ในขณะที่นครอิสตันบูลเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจในภูมิภาคมาร์มารานั้น กรุงอังการาก็เป็นศูนย์กลางทางการค้าและเครือข่ายคมนาคมในภูมิภาคอนาโตเลีย โดยเป็นจุดตัดของการคมนาคมทางบก (รถยนต์และรถไฟ) ที่เชื่อมโยงภูมิภาคต่าง ๆ ของตุรกีเข้าด้วยกัน และเป็นศูนย์กลางตลาดสินค้าเกษตรที่ขนส่งมาจากภาคต่างๆ ทั่วตุรกีด้วย

 

กลางวัน             บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำทุกท่านเดินทางสู่ สุสานอตาเติร์ก  (ATATURK MAUSOLEUM) เป็นอนุสรณ์สถานและสุสานของ MUSTAFA KEMAL ATATURK ซึ่งเป็นผู้นำในสงครามกู้อิสรภาพของตุรกีหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐตุรกี และประธานาธิบดีคนแรกเป็นสุสานของ ISMET INONU ประธานาธิบดีคนที่ 2 ของตุรกีด้วยอนุสรณ์สถานออกแบบโดยสถาปนิกชาวตุรกี สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1944 – 1953 ในธนบัตรตุรกีที่พิมพ์ระหว่างปี 1966 – 1987 และ 1999 – 2009 จะเป็นรูป ANITKABIRด้วย สุสานอตาเติร์ก (Anitkabir หรือ Memorial Tomb หรือ Atatürk Mausoleum)

 

เดินทางต่อสู่ เมืองโบลู (BOLU) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง (ระยะทาง 188 กิโลเมตร)

ค่ำ                  บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเข้าสู่ที่พักBOLU HILTON HAMTON HOTEL ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า 

วันที่แปด      กรุงอิสตันบูล – ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส – สวนดอกทิวลิป อีเมอร์กัน พาร์ค – ตลาดสไปซ์มาร์เก็ต  –

                            ISTIKLAL STREET - TAKSIM SQUARE 

เช้า                   บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางต่อสู่ กรุงอิสตันบูล ISTANBUL ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง (ระยะทาง 263 กิโลเมตร)

กลางวัน             บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

                        นำทุกท่าน ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส จุดที่บรรจบกันของทวีปยุโรปและเอเชีย ซึ่งทำให้ประเทศตุรกีได้รับสมญานามว่า ดินแดนแห่งสองทวีป ช่องแคบบอสฟอรัสยังเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญเนื่องจากเป็นเส้นทางเดินเรือที่เชื่อมทะเลดำทะเลมาร์มาร่า เราจะได้เห็นป้อมปืนที่ตั้งเรียงรายอยู่ตามช่องแคบได้แก่ Rumeli Castle และ Anatolia Castle โดยจุดชมวิวที่สำคัญคือสะพาน แขวนบอสฟอรัส เชื่อให้รถยนต์สามารถวิ่งข้ามฝั่งยุโรปและเอเชียได้ สร้างเสร็จในปี ค.ศ.1973 มีความยาวทั้งสิ้น 1,560 เมตร และได้กลายเป็นสะพานแขวนที่ยาวเป็นอันดับ 4 ของโลกในสมัยนั้น (ปัจจุบันตกไปอยู่อันดับที่ 21) ขณะที่ล่องเรือพร้อมดื่มด่ำกับบรรยากาศสองข้างทาง ซึ่งสามารถมองเห็นได้ไม่ว่าจะเป็นพระราชวังโดลมาบาเช่และบ้านเรือนของบรรดาเหล่าเศรษฐีที่สร้างได้สวยงามตระการตา

**พิเศษช่วงเดือน เมษายน เดือนเดียวเท่านั้น**นำท่านเข้าชมภายใน สวนดอกทิวลิป อีเมอร์กัน พาร์ค สวนสาธารณะที่สวยที่สุด และมีชื่อเสียงที่สุดของตุรกีโดยที่ตลอดเดือน เมษายน เดือนเดียวเท่านั้น ของทุกปี สวนสาธารณะแห่งนี้จะใช้เป็น สถานที่จัดงาน เทศกาลดอกทิวลิป Tulip Festival 2019 โดยแท้จริงแล้ว ประเทศตุรกี เป็นต้นกำเนิดดอกทิวลิปของโลก คนส่วนใหญ่จะเขาใจผิดว่าเป็น ประเทศเนเธอร์แลนด์ให้ท่านได้อิสระกับการถ่ายภาพดอกทิวลิปหลากสีหลายสาย พันธุ์นับเป็นล้าน ๆ ดอก ได้ตามอัธยาศัย

นำท่านสู่ ตลาดสไปซ์มาร์เก็ต (SPICE MARKET) หรือ ตลาดเครื่องเทศ ให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อของฝากได้ในราคาย่อมเยา ไม่ว่าจะเป็นของที่ระลึก เครื่องประดับ ชา กาแฟ ผลไม้อบแห้ง ขนมของหวานขึ้นชื่อและถั่วหลากหลายชนิดให้เลือกสรร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ISTIKLAL STREET ถนนย่านใจกลางเมืองอิสตันบลู จากนั้นอิสระช้อปปิ้งย่าน

“ทักซิม สแควร์ (TAKSIM SQUARE)” เป็นย่านที่คึกคักที่สุดในมหานครอิส ตันบูล เพราะเป็นย่านที่เป็นจุดศูนย์รวมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก มีช็อปปิ้ง สตรีท ที่รายล้อมไปด้วยร้านค้าทั้งแบรนด์โลคอล และแบรนด์อินเตอร์มากมาย

 

ค่ำ                    บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเข้าสู่ที่พักISTANBUL PARK INN BY RADISON HOTEL ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า

วันที่เก้า       เมืองอิสตันบูล - เมืองอัลมาตี้

เช้า                   บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                        ได้เวลาอันสมควร นำทุกท่านเดินทางสู่สนามบิน

09.40 น.            เหิรฟ้าสู่ กรุงอัลมาตี้ ประคาซัคสถาน โดยสายการบิน AIR ASTANA เที่ยวบินที่ KC914

                        ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)

17.40 น.            เดินทางถึง สนามบินอัลมาตี้ เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง

(ระหว่างเปลี่ยนเครื่องมีอาหารและเครื่องดื่มเป็น SET BOX บริการ)

 

วันที่สิบ         เมืองอัลมาตี้ - สนามบินสุวรรณภูมิ

01.00 น.            เหิรฟ้าสู่ สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยสายการบิน AIR ASTANA เที่ยวบินที่ KC931ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5.30 ชั่วโมง (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)

08.55 น.            เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทยโดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจมิรู้ลืม 

 

vvvvvvvvvvvvvv

รายการท่องเที่ยวอาจเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้โดยคำนึงถึงประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ

ก่อนทำการจองทัวร์ทุกครั้ง กรุณาอ่านโปรแกรมอย่างละเอียดทุกหน้า และทุกบรรทัด

เนื่องจากทางบริษัทฯ จะอิงตามรายละเอียดของโปรแกรมที่ขายเป็นหลัก

หนังสือเดินทางต้องมีอายุเหลือใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากวันเดินทาง

และมีหน้าที่เหลือไว้ประทับตราไม่น้อยกว่า 2 หน้า

** กรณี ถือหนังสือเดินทางต่างชาติ โปรดสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม **

**ในกรณีที่ผู้โดยสาร มีไฟล์ทเดินทางภายในประเทศหรือระหว่างประเทศ ที่เกี่ยวข้องกับวันเดินทางที่ท่านได้ทำการจองไว้กับทางบริษัทฯ กรุณาแจ้งให้กับทางเจ้าหน้าที่ทราบ ก่อนการชำระเงินค่าตั๋วดังกล่าว ถ้าเกิดข้อผิดพลาด ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการรับผิดชอบทุกกรณี**

อัตราค่าบริการ

กำหนดการเดินทาง

ราคาผู้ใหญ่

(พักห้องละ 2 - 3 ท่าน)

ราคาเด็กเสริมเตียง

(พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน)

ราคาเด็กไม่เสริมเตียง

(พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน)

พักเดี่ยวเพิ่ม

ไฟล์ทขาไป KC932 BKK-ALA 10.15-16.25

ไฟล์ทขาไป KC911 ALA-IST 17.55-20.55

ไฟล์ทขากลับ KC914 IST-ALA 09.40-17.40

ไฟล์ทขากลับ KC931 ALA-BKK 01.00-08.55

14 - 23 เมษายน 62

38,999 บาท

38,999 บาท

38,999 บาท

11,000 บาท

UPDATE 25/02/19

**ราคานี้ สงวนการเดินทาง จำนวน 25 ท่านขึ้นไป**

**ราคานี้เป็นราคาโปรโมชั่นไม่สามารถสะสมไมล์ได้**

หมายเหตุ

1. ราคานี้สำหรับผู้โดยสาร 25 ท่านขึ้นไป หากผู้โดยสารไม่ครบจำนวนดังกล่าวบริษัทฯ  ขอเก็บค่าทัวร์เพิ่มท่านละ 2,500 บาท

2. ไม่มีราคาเด็กเนื่องจากเป็นราคาพิเศษแล้ว

เงื่อนไขการสำรองที่นั่ง

กรุณาชำระค่ามัดจำ เพื่อการันตีที่นั่ง ท่านละ  15,000 บาท ภายใน 3 วัน

หลังจากที่ได้ทำการจอง พร้อมส่งรายชื่อ และ หน้าพาสปอร์ตผู้ที่จะเดินทางทันที

ชำระค่าทัวร์ทั้งหมด 20 วันก่อนการเดินทาง

1. เงินสด          

2. เช็ค  สั่งจ่ายเช็คในนาม นางลลิตา  กลัดบ้านห้วย

3. โอนเงินเข้าบัญชี  ชื่อบัญชี นางลลิตา  กลัดบ้านห้วย  ออมทรัพย์ (กรุณาแฟกซ์ใบนำฝากมาที่เบอร์ 02-165-6356)     

ธ. กสิกรไทย             สาขาท่าเรือสาธุประดิษฐ์              ออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 027-3-33726-1

ธ.ไทยพาณิชย์          สาขาสาธุประดิษฐ์                       ออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 068-2-94515-5

ทางบริษัทฯ ไม่มีนโยบายให้ลูกค้าชำระเงิน โดยผ่านการโอนเข้าบัญชีของพนักงานขาย
(นอกเหนือจากบัญชีข้างต้น ในนาม คุณลลิตา กลัดบ้านห้วย)
ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของท่านเป็นสำคัญ

-      หากไม่ชำระค่าใช้จ่ายภายในกำหนด ทางบริษัทจะถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยอัตโนมัติ

ข้อแนะนำและแจ้งเพื่อทราบ

}สำหรับห้องพักแบบ 3 เตียง (TRP) มีบริการเฉพาะบางโรงแรมเท่านั้น กรณีเดินทางเป็นผู้ใหญ่ 3 ท่าน แนะนำให้ท่านเปิดห้องพัก เป็น 2 (1 TWN + 1 SGL) ห้องจะสะดวกกับท่านมากกว่า กรณีที่ลูกค้าพักห้อง 3 ท่านและบางโรงแรมไม่มีห้อง 3 เตียงบริการ ทำให้ต้องเปิดบริการเป็นห้อง 1TWN + 1 SGL ทางบริษัทขอเก็บค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงตามหน้างาน

}กรณีเดินทางเป็นตั๋วกรุ๊ป หากออกตั๋วแล้วไม่สามารถขอคืนเงินได้และไม่สามารถเปลี่ยนวันเดินทางได้

}กระเป๋าเดินทางเพื่อโหลด ให้ท่านละ 1 ใบ น้ำหนักไม่เกิน 21 ก.ก.ต่อใบ / กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง (Hand carry)

  น้ำหนักต้องไม่เกิน 7 ก.ก. 1 ใบ

อัตราค่าบริการนี้รวม

}ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับโดยสายการบิน AIR ASTANA ชั้นประหยัด (ECONOMY CLASS) ที่ระบุวันเดินทางไปกลับพร้อมคณะ

}ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการทัวร์

}ค่ารถปรับอากาศนำเที่ยวตามรายการ พร้อมคนขับรถที่ชำนาญเส้นทาง

}ค่าที่พักห้องละ 2 ท่าน ในโรงแรมตามที่ระบุในรายการหรือระดับเทียบเท่า

}ค่าอาหารทุกมื้อที่ระบุตามรายการ (บริการน้ำดื่มบนรถ 1 ขวดเล็ก/ท่าน/วัน และ ในร้านอาหาร 1 ขวดใหญ่ต่อ 4 ท่าน)

}ค่าบัตรเข้าชมสถานที่และการแสดงทุกแห่งที่ระบุตามรายการ

}ค่าประกันอุบัติเหตุในการเดินทางวงเงิน 1,000,000 บาท ค่ารักษาพยาบาล 500,000 บาท วงเงินคุ้มครองอาหารเป็นพิษ (โดยแพทย์จะต้องระบุในใบรับรองแพทย์ว่า ”อาหารเป็นพิษเท่านั้น”)

(หมายเหตุ : ค่าประกันอุบิติเหตุสำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 6 เดือน และ ผู้ใหญ่อายุมากกว่า 75 ปีทางบริษัทประกันฯจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพียงครึ่งหนึ่งของสัญญาฯ)

**ประกันภัยที่ทำจากเมืองไทย ไม่ครอบคลุมการขึ้นบอลลูนและเครื่องร่อนทุกประเภท ดังนั้นการเลือกซื้อ Optional Tour ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของท่าน**

อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม

}ค่าหนังสือหนังสือเดินทาง

}ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางในกรณีที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (21กิโลกรัมต่อท่าน)

}ค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่างๆ เช่น ค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์ค่าอาหารสั่งพิเศษ, ค่ามินิบาร์ในห้องพัก

}ค่าอาหารที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ, ค่าโทรศัพท์ค่าซักรีด ฯลฯ

}ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%

}ค่ายกขนกระเป๋าเดินทางท่านละ 1 ใบ โดยเฉลี่ย 1 USD / ท่าน กรณีใช้บริการ bell boy ของแต่ละโรงแรม

}เป็นธรรมเนียมปฏิบัติในการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวควรทิปแก่มัคคุเทศก์ท้องถิ่นและ คนขับรถที่คอยบริการเราโดยประมาณ 75USD หรือประมาณ 2,625 บาท ต่อทริป

}ค่าทิปมัคคุเทศก์ท้องถิ่น ท่านละ 3USD / ท่าน / วัน (คิดเป็น 9 วัน เท่ากับ 27USD)     

}พนักงานขับรถในท้องถิ่น ท่านละ 2USD / ท่าน / วัน (คิดเป็น 9 วัน เท่ากับ 18USD)

}ค่าทิปมัคคุเทศก์ไทย ท่านละ 3USD / ท่าน / วัน (คิดเป็น 10 วัน เท่ากับ 30USD)

แต่ทั้งนี้มัคคุเทศก์ไทยขึ้นอยู่กับความประทับใจของลูกค้า

กรณียกเลิก

}กรณีเดินทางเป็นตั๋วกรุ๊ป หากออกตั๋วแล้วไม่สามารถขอคืนเงินได้และไม่สามารถเปลี่ยนวันเดินทาง

}ยกเลิกหลังจากวางเงินมัดจำ บริษัทฯจะคิดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง ณ วันนั้น ที่ไม่สามารถ คืนเงินได้ (ตัวอย่างเช่น ค่าตั๋วเครื่องบิน, ค่าวีซ่า, ค่ามัดจำห้องพัก เป็นต้น)

}ยกเลิกหลังจากจ่ายเงินเต็มจำนวน บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินทั้งหมดในทุกกรณี

กรณีเจ็บป่วยจนไม่สามารถเดินทางได้ ซึ่งต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรับรอง บริษัทจะทำเรื่องยื่นเอกสารไปยังสายการบิน โรงแรม และในทุกๆการให้บริการ เพื่อให้พิจารณาอีกครั้ง ทั้งนี้ อาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ ซึ่งไม่สามารถแจ้งได้ว่าสามารถคืนเงินได้ทั้งหมดหรือบางส่วน หรือไม่ได้เลย เพราะขึ้นอยู่กับการพิจารณาและตัดสินใจของสายการบิน โรงแรมและในทุกๆ บริการอื่นๆ เป็นสำคัญ

***หมายเหตุ***

}บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเดินทางก่อนล่วงหน้า 15 วัน ในกรณีที่ไม่สามารถทำกรุ๊ปได้อย่างน้อย 20 ท่าน  ซึ่งในกรณีนี้ทางบริษัทฯ ยินดีคืนเงินให้ทั้งหมด หรือจัดหาคณะทัวร์อื่นให้ถ้าต้องการ

} ในกรณีที่คณะออกเดินทางต่ำกว่า 15 ท่าน หรือมาตรฐานของการยืนยันการเดินทาง จะมีการเปลี่ยนแปลงขนาดของพาหนะที่ใช้ในการนำเที่ยว ตลอดรายการทัวร์ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

}ในกรณีที่คณะออกเดินทางต่ำกว่า 15 ท่าน หรือต่ำกว่ามาตรฐานของการยืนยันการเดินทาง ทางผู้จัดรายการ ขอพิจารณายกเลิกการเดินทาง หรือ เรียกเก็บค่าทัวร์เพิ่มเต็ม ตามความเหมาะสม

}บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้และจะไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีที่สูญหาย สูญเสียหรือได้รับบาดเจ็บที่นอกเหนือความรับผิดชอบของหัวหน้าทัวร์และเหตุสุดวิสัยบางประการ เช่น การนัดหยุดงาน ภัยธรรมชาติ การจลาจล ต่างๆ

}บริษัทฯ ไม่รับผิดชอบค่าเสียหายในเหตุการณ์ที่เกิดจากสายการบิน ภัยธรรมชาติ ปฏิวัติ และอื่น ๆ ที่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯ หรือ ค่าใช้จ่ายเพิ่มที่เกิดขึ้นทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ อุบัติเหตุต่าง ๆ

}ราคานี้คิดตามราคาบัตรโดยสารเครื่องบิน ณ ปัจจุบัน หากมีการปรับราคาบัตรโดยสารสูงขึ้น ตามอัตราค่าน้ำมัน หรือ ค่าเงินแลกเปลี่ยน ทางบริษัท สงวนสิทธิ์ที่จะปรับราคาตั๋ว ตามสถานการณ์ดังกล่าว

}เนื่องจากรายการทัวร์นี้เป็นแบบเหมาจ่ายเบ็ดเสร็จ หากท่านสละสิทธิ์การใช้บริการใดๆตามรายการ หรือ ถูกปฏิเสธการเข้าประเทศไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินในทุกกรณี

}หากลูกค้าท่านใด ยื่นวีซ่าแล้วไม่ได้รับการอนุมัติ ลูกค้าต้องชำระค่ามัดจำที่ 15,000 บาท และค่าวีซ่าตามที่สถานฑูตฯ เรียกเก็บ

 

 

 

Tab โปรโมชั่นสุดฮิต

 
 

กรอกอีเมลล์ เพื่อรับโปรโมชั่นพิเศษ

กรอก Email ที่นี้ เพื่อสมัครสมาชิก พร้อมรับสิทธิพิเศษ / ข่าวสารโปรโมชั่นทัวร์ต่างประเทศราคาถูกได้ก่อนใครที่นี้ สนใจสมัครเลย